เกร็ดการทำธุรกิจ

ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ

สินค้าเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อน-แห้ง มีฝุ่นทรายจากทะเลทรายและการก่อสร้างทั้งตึกระฟ้าและที่พักอาศัย ลักษณะบ้านในตะวันออกลางจะมีหน้าต่างน้อยมาก เนื่องจากต้องให้ปูนเก็บความเย็นและไม่ให้ไอความร้อนและฝุ่นทรายเข้าบ้าน ทำให้บาห์เรนและประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้า เช่น ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งยอดการส่งออกรวมของทั้ง 5 หมวดสินค้าในปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 391.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของยอดการส่งออกไทย-บาห์เรน อย่างไรก็ตามการส่งออกสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศจากไทยไปบาห์เรนมีคู่แข่งสำคัญคือ ประเทศจีนและไต้หวันที่ผู้นำเข้าบาห์เรนส่วนมากนิยมสั่งสินค้า เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าและคุณภาพดี แม้ว่าสินค้าเครื่องปรับอากาศของไทยจะมีคุณภาพดีแต่บุคลากรผู้ส่งออกของไทยไม่มีความต่อเนื่องในการทำธุรกิจ และความสามารถในการสื่อสาร ขนาดของเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยที่ตลาดนิยมได้แก่ 1.5 ตัน 2 ตัน และ 2.5 ตัน โดยเฉลี่ยจะมีเครื่องปรับอากาศ 4-5 เครื่องต่อครัวเรือน โดยมีช่วงเวลาของการจับจ่ายสินค้าชนิดนี้ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนตุลาคม นิยมซื้อจากร้านค้าท้องถิ่นเนื่องจากต้องการการบริการที่ต่อเนื่อง ตราสินค้าที่เป็นที่นิยมในบาห์เรนได้แก่ Pearl (มีโรงงานการผลิตอยู่ที่ Sitra และเจ้าของเป็นชาวบาห์เรน) Carrier และ Sharp / Toshiba นอกจากนี้ยังมี LG (นำเข้าโดยเครือ Kooheji) และ Samsung ซึ่งส่วนมากจะมีที่เก็บสินค้า (Warehouse) อยู่ที่นครดูไบ เพื่อความสะดวกในการทำ Re-export ไปยังประเทศอิรัก อิหร่าน รัสเซีย และแอฟริกา ซึ่งนครดูไบมีระบบการขนส่งสะดวกกว่าบาห์เรนทั้งทางอากาศ ทะเล และถนน และยังมีรัฐ Ras al Khaimah ที่พยายามสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าที่และมีเขตเศรษฐกิจปลอดภาษี (Free Zone) ตลอดจนการจัดการระบบสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นต้น ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมและรองรับความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มประเทศ GCC ร่วมไปถึงแอฟริกาตอนบน


ธุรกิจร้านอาหาร hi-end ย่าน Adliya

ดำเนินไปได้ดีและมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นมาก เนื่องจากบาห์เรนเป็นประเทศเล็กไม่มีแหล่งบันเทิงให้เลือกมากนัก คนส่วนมากไปใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวในการเดินในห้างสรรพสินค้าและรับประทานอาหารนอกบ้านในสุดสัปดาห์ที่ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่มีบรรยากาศ สไตล์ และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยจากการประท้วงประปรายประจำสัปดาห์ ผู้บริโภคนิยมอาหารแนวฟิวชั่นมีรสจัดแต่ไม่เผ็ด ราคาค่อนข้างสูงแต่ขนาดของอาหารก็ไม่เล็กจนเกินไป ร้านอาหารใช้วัตถุดิบจากร้านค้าส่งในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนและมีการสั่งวัตถุดิบจากประเทศไทยเช่น ผักสด ผลไม้ โดยผ่านตัวแทนผู้นำเข้าที่เป็นชาวอินเดียและบาห์เรน นอกจากนี้ร้านอาหารยังมีความต้องการพนักงานเสิร์ฟอาหาร และแม่ครัวชาวไทยเนื่องจากการบริการที่น่าประทับใจ การทำงานที่ละเอียดและขยันกว่าพนักงานชาติอื่น ๆ


อู่ซ่อมสีรถยนต์

กิจการของคนไทยที่เป็นตัวอย่างของกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์การทำงานในบาห์เรนมานานจากพนักงานประจำในบริษัทรถยนต์ชั้นนำและผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการ โดยการเช่าพื้นที่และใบอนุญาตทำอู่ซ่อมสีรถยนต์จากผู้ประกอบการชาวบาห์เรน มีพนักงานทั้งสิ้น 7 คน หากต้องการพนักงานเพิ่มมากกว่านี้อู่จะต้องจ้างชาวบาห์เรนต่อคนไทย ในอัตราส่วน 1:1 (Bahrainisation) ซึ่งผู้ประกอบการมองว่าการปรับเปลี่ยนกฎไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดต่อธุรกิจ รวมถึงผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมา เนื่องจากคุณภาพงานปะผุ เคาะ และพ่นสีของคนไทยมีความละเอียดและคุณภาพเป็นที่ต้องการของคนบาห์เรนแม้ว่าราคาของการซ่อมสีจะสูงกว่าอู่ของชาวอินเดียก็ตาม โดยพนักงานจะได้รับเงินเดือนเฉลี่ยที่ 120-150 ดีนาร์บาห์เรน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และจะมีค่าล่วงเวลาประมาณ ชั่วโมงละ 1 ดีนาร์บาห์เรน


ร้านเสริมสวยและสปา

มีลักษณะของการดำเนินธุรกิจคล้ายกับอู่ซ่อมสีรถยนต์ทุกประการ แต่พนักงานร้านเสริมสวยจะได้รับคอมมิชชั่นในการทำยอดการขายประมาณร้อยละ 10 ของแต่ละยอดการขายที่ได้รับมอบหมาย และจะได้รับเงินรางวัลบริการ (ทิป) จากลูกค้า ซึ่งจะแตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานร้านเสริมสวยจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 300-400 ดีนาร์บาห์เรน (ไม่รวมร้านเสริมสวยและสปาในโรงแรมระดับ 5 ดาว) ในบาห์เรนมีจำนวนร้านเสริมสวยและสปาจำนวนมาก