ธุรกิจไทยที่มีศักยภาพ

ธุรกิจไทยที่มีศักยภาพ

สินค้า

กลุ่มสินค้ารถยนต์ และส่วนประกอบ (Auto parts and Accessories, Machinery and Parts)

จุดแข็งและโอกาส

  1. การเป็นศูนย์กลางการผลิตล้อรถอลูมิเนียมที่ดีที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ( เช่น บริษัท AluWheel เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Midal and Al Zayani Investment and BBS Kraftfahrzeugtechnik AG of Germany มีเทคโนโลยีชั้นนำในการผลิตล้ออลูมิเนียม และส่งออกให้แก่บริษัทรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก)
  2. การผลิตอุตสาหกรรมอะไหล่และชิ้นส่วนรถยนต์จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรของสินค้าต้นทุนและวัตถุดิบ

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

การศึกษาโอกาสของการทำธุรกิจสินค้าส่วนประกอบรถยนต์และเครื่องจักรกลต่าง ๆ จะต้องเริ่มศึกษาจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์ภายในประเทศ รวมถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น

ดังตารางแสดงยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมดในปีค.ศ. 2012-2017 ตลาดสินค้ารถยนต์ของบาห์เรนในปี ค.ศ. 2014 ยังเข้มแข็งและโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมียอดขายของรถยนต์ทุกประเภททั้งสิ้น 60,730 คัน ภายในปีค.ศ. 2017 อัตราการเติบโตเฉลี่ยของยอดขายในระยะกลางอยู่ที่ร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงกว่ารถยนต์ประเภทรถยนต์นั่ง (Passenger Cars) รถมอเตอร์ไซค์ (motorbikes) และ รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Heavy trucks)

ตลาดรถบรรทุก (commercial vehicles) และรถสาธารณะ (Buses and coaches) มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 10 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของตลาดสินค้ารถยนต์ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าธุรกิจการขนส่งสินค้าและมวลชนภายในประเทศมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนที่เน้นกิจกรรมอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ตาราง : ยอดจำหน่ายรถยนต์ปี 2012-2017 
2012 2013 2014 2015 2016 2017
SALES: Vehicles, units 41,319 47,301 50,686 53,949 57,288 60,730
SALES: Vehicles, units, % chg y-o-y 40.0 14.5 7.2 6.4 6.2 6.0
SALES: Passenger cars, units 35,720 41,078 43,748 46,299 48,816 51,477
SALES: Passenger cars, units, % chg y-o-y 43.0 15.0 6.5 5.8 5.4 5.5
SALES: Passenger cars, % of total domestic vehicle unit sales 86.4 86.8 86.3 85.8 85.2 84.8
SALES: Commercial vehicles, units 5,599 6,223 6,938 7,650 8,472 9,253
SALES: Commercial vehicles, units, % chg y-o-y 23.4 11.1 11.5 10.3 10.8 9.2
SALES: Commercial vehicles, % of total domestic vehicle unit sales 13.6 13.2 13.7 14.2 14.8 15.2
SALES: Light commercial vehicles, units 4,112 4,647 5,209 5,735 6,355 6,907
SALES: Light commercial vehicles, units, % chg y-o-y 18.6 13.0 12.1 10.1 10.8 8.7
SALES: Heavy trucks, units 356 392 411 424 446 481
SALES: Heavy trucks, units, % chg y-o-y 26.7 10.0 5.0 3.0 5.2 8.0
SALES: Buses and coaches, units 1,131 1,185 1,318 1,491 1,672 1,864
SALES: Buses and coaches, units, % chg y-o-y 43.0 4.8 11.3 13.1 12.1 11.5
SALES: Motorbikes, units 2,158 2,057 2,150 2,271 2,397 2,532
SALES: Motorbikes, units, % chg y-o-y 31.3 -4.7 4.5 5.6 5.6 5.6
ที่มา : BMI, Automotive News Europe

ด้วยรายได้ประชาชาติต่อหัวที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐจัดว่าบาห์เรนเป็นประเทศที่มีกำลังการซื้อประเทศหนึ่ง บาห์เรนจึงเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญเช่นเดียวกับตลาดประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางที่นิยมรถหรูหรา เช่น Bentley Rolls-Royce Jaguar BMW Lexus Mercedes Infiniti Porsche MINI ดังตัวอย่างในปี ค.ศ. 2013 รถยนต์มินิ (บริษัท Euro Motors) ออกตัวรถรุ่น limited edition Mini Ray ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 (770 คัน) ในช่วงครึ่งปีแรกของ ค.ศ. 2013 และในปีเดียวกัน Standard Chartered Bank ร่วมลงทุนกับ Monther Al Mutlaq Trading Establishment (ตัวแทนจำหน่าย รถมอร์เตอร์ไซด์ Harley-Davidson อย่างเป็นทางการของประเทศบาห์เรนและซาอุดีอาระเบีย) โดยเสนอนโยบายกระตุ้นการขายให้ผู้ซื้อรถมอร์เตอร์ไซด์ Harley-Davidson ได้รับ voucher มูลค่า 150 ดีนาร์บาห์เรน (396 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเลือกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถมอร์เตอร์ไซด์ เมื่อลูกค้าได้รับการอนุมัติสินเชื่อตามขั้นตอนการเงินของธนาคารอิสลามอันเป็นการเพิ่มยอดการขายรถมอเตอร์ไซด์ Harley-Davidson ที่สมาชิกนิยมออกมาขับขี่เป็นกลุ่มบนถนน Hi-way รอบเกาะ

ในปี ค.ศ. 2012 บริษัทรถยนต์ชั้นนำ เช่น Toyota มียอดขายสูงถึงร้อยละ 40 ของการขาย ใหม่เป็นจำนวนถึง 13,724 คัน โดยรุ่นที่เป็นที่นิยมได้แก่ Prado Land Cruiser และ Corolla ตามมาด้วยคู่แข่ง Nissan Motor ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 17.6 คิดเป็น 6,719 คัน และ Hyundai Motor มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.9 คิดเป็น 4,533 คัน ซึ่งทั้ง 3 บริษัทชั้นนำนี้ มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันได้ร้อยละ 65 นอกจากนี้บริษัท Kia Motors มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6.3 คิดเป็น 2,219 คัน Honda Motor มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 3.8 คิดเป็น 1,445 คัน Ford มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 3.5 คิดเป็น 1,349 คัน Mitsubishi มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 3.5 คิดเป็น 1,319คัน Chevrolet มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.8 คิดเป็น 677 คัน Mazda มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.6 คิดเป็น 2,643 คัน: และยังมีบริษัทรถยนต์น้องใหม่จากประเทศจีนเปิดตลาดบาห์เรน เช่น JAC Dongfeng Motors (Y.K. Almoayyed & Sons Group Motor Corporation) และ BYD Auto เพื่อหวังส่วนแบ่งตลาดระดับกลาง อีกด้วย

ตลาดสินค้ารถยนต์ในบาห์เรนถูกผูกขาดด้วยผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย ซึ่งพยายามขายสินค้าที่มีความหลากหลายตามความต้องการของลูกค้าในลักษณะแตกต่างกัน ตัวแทนแต่ละโชว์รูมพยายามเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยรณรงค์การตลาดที่น่าจะดึงดูดความสนใจลูกค้า เช่น การเสนอสินเชื่อรถยนต์ ให้เงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 0 และการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจรถยนต์ในบาห์เรนเอาชนะปัญหาเรื่องของขนาดของตลาด และพยายามพัฒนาตัวเองให้เป็น Gulf region’s “shopping hub”

นอกจากนี้ธุรกิจบริการหลังการขาย งานซ่อมอะไหล่ ยางรถยนต์ แบตเตอร์รี่ แอร์ และสี ยังเป็นที่ต้องการของตลาดบาห์เรนอย่างยิ่ง ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกสินค้าอุปกรณ์รถยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปประเทศบาห์เรน โดยมีมูลค่าการส่งออกปี ค.ศ. 2013 คิดเป็น 3,150 ล้านบาท และในช่วง 2 เดือนแรกปี ค.ศ. 2014 มีมูลค่าการส่งออก 540 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 ของยอดส่งออกสินค้าไทยไปบาห์เรนในปี ค.ศ. 2013 และเป็นร้อยละ 61 ของยอดการส่งออก 2 เดือนแรกของปี ค.ศ. 2014 อัตราการขยายตัวปี ค.ศ. 2013 คิดเป็นร้อยละ 70 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบสินค้าส่งออกไปบาห์เรน10 อันดับแรก

สินค้าสินค้าอุปกรณ์รถยนต์และส่วนประกอบส่งออกไทย-บาห์เรน มูลค่า : ล้านบาท
Value
(million THB)
Growth
(%y/y)
Ratio
(% of total export from Thailand to Bahrain)
2013 Jan-Feb
2014
2013 Jan-Feb
2014
2013 Jan-Feb
2014
สินค้าอุปกรณ์รถยนต์และส่วนประกอบ 3150.7 540.4 70 42.74 47.26 61.41
ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

คนบาห์เรนนิยมเปลี่ยนรถบ่อย บวกกับคุณภาพถนนที่ได้มาตรฐานสากล ลักษณะภูมิอากาศที่แห้งอันทำให้รถมีอายุการใช้งานนาน และการอนุญาตให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ ธุรกิจการค้ารถยนต์ในบาห์เรนจึงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจลงทุน ทั้งในตลาดรถยนต์ใหม่และตลาดรถยนต์มือสอง

อุปสรรค

  1. การปฏิรูปตลาดแรงงาน ที่จะกำหนดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติ อันจะกระทบต่อจำนวนแรงงานที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม
  2. บาห์เรนไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ ธุรกิจจึงขึ้นอยู่กับการนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบที่จำเป็น

กลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และซุปเปอร์มาร์เก็ต (Food Drink and Supermarket)

สินค้าอาหาร

จุดแข็งและโอกาส

  1. การเติบโตของการบริโภคอาหาร (Food consumption growth) ร้อยละ 6.4 ในปีค.ศ. 2014 ดังแสดงในตารางการคาดการณ์ข้างล่างนี้
FOOD CONSUMPTION INDICATORS, 2012-17
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Food consumption (BHDbn) 0.64 0.73 0.78 0.82 0.88 0.93
Food consumption, BHD, % chg y-o-y 2.46 13.94 6.37 6.16 6.27 6.17
Food consumption per capita (BHD) 486.35 548.16 577.89 606.46 634.74 662.26
Food consumption per capita, BHD, % chg y-o-y 0.51 12.71 5.42 4.94 4.66 4.34
e/f = BMI estimate/forecast. Source: BMI, CBB, Bahrain Centre for Research & Studies, Gulf Cooperation Council Secretarial General
  1. การเพิ่มขึ้นของรายได้และการพัฒนาของร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เอื้อประโยชน์กับอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและบรรจุภัณฑ์
  2. บาห์เรนมีกลุ่มประชากรชาวต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อสูง
  3. กำลังการผลิตอาหารในกลุ่มประเทศ GCC มีประมาณ 11.2 ล้านเมตริกตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร 40 ล้านคนทั่วทั้ง GCC จึงทำให้ร้อยละ 90 ของสินค้าอาหารเกิดจากการนำเข้า ซึ่งร้อยละ 63 ของการนำเข้าอาหารในภูมิภาคเป็นของประเทศซาอุดีอาระเบียเนื่องจากประเทศซาอุดีอาระเบียอยู่ห่างจากบาห์เรนเพียง 40 นาทีมี King Fahad Bridge เชื่อม แต่ด้วยกฎข้อบังคับและกระบวนการการนำเข้าในการดำเนินธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนทำให้บาห์เรนสามารถเป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเข้าสู่ตลาดประเทศซาอุดีอาระเบีย ตัวอย่างเช่นปี 2006 บริษัท Kraft Food สร้างโรงงานในบาห์เรนด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย สามารถผลิต Kraft cheese and Tang เข้าสู่ตลาด GCC ด้วยยอดจำหน่ายกว่าร้อยละ 60 ของการผลิตถูกส่งเข้าไปในประเทศซาอุดีอาระเบีย

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

การคาดการณ์ความต้องการการบริโภคอาหารของตลาดบาห์เรน ระหว่าง 2012-2017 จะโตเฉลี่ยร้อยละ 7.8 และ การบริโภคอาหารต่อคน (food consumption per capita) โตเฉลี่ยร้อยละ 6.4 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 662 ล้านดีนาร์บาห์เรนในปี ค.ศ. 2017 เนื่องจากการโตของเศรษฐกิจที่กระตุ้นให้มีการบริโภคในภาคส่วนเอกชน และการขับเคลื่อนการพัฒนาของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่องทำให้ภาพรวมของการบริโภคสินค้าอาหารยังถูกคาดการณ์ในเชิงบวก สินค้าอาหารระดับพรีเมี่ยมก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น

ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ไทยสามารถส่งออกสินค้าไก่สดไปได้เพียง 2 ตลาดใน GCC คือตลาดบาห์เรน และตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ บราซิล สหรัฐอเมริกา จีน และอาร์เจนติน่า โดยในปี 2556 ไทยส่งออกไก่สดแช่แข็งแช่เย็นเป็นมูลค่า 140.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.11% ของสินค้าส่งออกไปบาห์เรน ไก่สดเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงมาก เพราะประเทศบาห์เรนเองไม่สามารถผลิตไก่ได้มากพอตามความต้องการของผู้บริโภค บริษัท Delmon Poultry Company บริษัทผู้ผลิตไก่สด โดยการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นบริษัทเดียวของบาห์เรนที่สามารถผลิตไก่สดได้เพียงวันละ 27,000 ตัวต่อวันคิดเป็นร้อยละ 25 ของความต้องการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 110,000 ตัวต่อวัน ดังนั้นอีกร้อยละ 75 จะต้องนำเข้าไก่สด ไก่แช่เย็นจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น ซาอุดีอาระเบีย ไก่แช่แข็งจากบราซิล (เช่น บริษัท Sadia ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับบาห์เรนมาเป็นระยะเวลานานถึง 75 ปี) อาร์เจนติน่า สหรัฐอเมริกา และจีน

ในการนำเข้าสินค้าไก่สด ผู้ประกอบการไทยต้องมี

  1. ความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภค เช่น ขนาดของไก่ที่คนบาห์เรนนิยมบริโภคจะมีน้ำหนักประมาณ 1-1.2 กิโลกรัม โดยนิยมซื้อทั้งตัวเนื่องจากเป็นลักษณะของครอบครัวขยายและจะไม่นิยมไก่ตัวใหญ่เนื่องจากกลัวว่าไก่จะได้รับการฉีดฮอร์โมนเร่งโต ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคชาวต่างชาตินิยมการซื้อเป็นไก่ชิ้นเนื่องจากเป็นครอบครัวขนาดเล็กและต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร
  2. ผู้ประกอบการไทยจะต้องแข่งขันกับราคาของไก่ในบาห์เรนที่ได้รับการสนันสนุนจากรัฐบาล ในการกำหนดราคาอาหารไก่และราคาขายที่คงที่ (Fixed-Price) ซึ่งผู้ประกอบการบาห์เรนยังมองว่าไก่ไทยมีราคาสูง
  3. ขาดความต่อเนื่องในการจัดส่งสินค้า

อย่างไรก็ตามเนื่องจากความต้องการบริโภคไก่สดมีสูงมาก ประเทศมีพื้นที่จำกัด และมีจำนวนฟาร์มเลี้ยงไก่เพียง 36 ฟาร์ม และต้องนำเข้าอาหารเลี้ยงไก่จากต่างประเทศ เช่น อาเจนติน่า บราซิล อินเดีย ปารากวัย และจากกลุ่มประเทศในยุโรป รวมถึงประเทศใน GCC บาห์เรนเองจึงต้องพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีโครงการนำร่องเรื่องการเลี้ยงไก่ที่ใช้กรงแบบแนวตั้ง พร้อมเทคโนโลยีระบบการป้อนอาหารที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจำนวนไก่สดให้ได้มากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการขยายโอกาสทางการค้าของสินค้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งของไทยสู่บาห์เรนได้ จากตัวเลขการส่งออกสินค้าประเภทไก่สดแช่เย็นแช่แข็งปี 2556 มีมูลค่า 141 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.11 ของมูลค่าการส่งออกสินค้ามาประเทศบาห์เรนทั้งหมด 6,667.3 ล้านบาท

สินค้าอาหารสำเร็จรูป (Food processing) เป็นสินค้าที่มีความหลากหลาย ในรูปแบบของอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูปแช่แข็งทั้งเนื้อสัตว์และผัก อาหารแปรรูปแช่แข็งที่จำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานในประเทศคู่ค้าที่ได้รับความไว้วางใจว่ามีกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามศาสนาอิสลาม (Halal) ซึ่งกฎระเบียบนี้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคทางการค้าของสินค้าที่ผลิตจากประเทศอื่นเช่นกัน การนำเข้าและการขนส่งสินค้าแปรรูปแช่แข็งจะต้องมีห้องเย็นเก็บสินค้าและการขนส่งแบบจำเพาะ เช่น รถขนส่งแบบตู้เย็น และตู้แช่แข็งสำหรับวางสินค้า จึงเป็นข้อจำกัดอีกประการหนึ่งของการค้าอาหารแปรรูปแช่แข็ง จึงทำให้การขยายตัวของอาหารแปรรูปแช่แข็งขยายตัวน้อยกว่าการขยายตัวของตลาดในภาพรวม

สินค้าอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปของไทยที่เข้าไปจำหน่ายในตลาดนี้ ได้แก่ ปลาสดแช่เย็นแช่แข็งมียอดการส่งออกปี 2556 มูลค่า 26.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.39 ของสินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน กุ้งสด ลูกชิ้นปลา/ปลาหมึก/กุ้ง เกี๊ยวกุ้ง ซึ่งมีมูลค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ ผลไม้กระป๋องของไทยที่ส่งออกไปตลาดบาห์เรนคิดเป็นร้อยละ 0.6 มูลค่า 40 ล้านบาท และสินค้าผักและผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1.17 เป็นมูลค่ารวม 77.6 ล้านบาท โดยผักแช่แข็งที่นิยมสูงสุดคือเม็ดถั่วลันเตาแช่แข็ง (Green peas) ซึ่งปัจจัยสนับสนุนคือราคาที่เหมาะสมทำให้เป็นสินค้าที่นิยมของผู้บริโภค ดังนั้นอาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน (Ready to eat meal) ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบาห์เรนที่เริ่มเปลี่ยนไปตามกระแสความนิยมตะวันตก สื่อโฆษณา และการที่สังคมเปิดโอกาสให้ผู้หญิงอาหรับสามารถทำงานนอกบ้านได้ จึงเป็นที่นิยม สินค้าประเภทนี้จากไทยจึงมีโอกาสจะขยายตัวได้ในบาห์เรนและในภูมิภาคนี้

เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง อีกทั้งอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยนั้นมีความได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีทางด้านการผลิต มีวัตถุดิบในประเทศเพียงพอ มีราคาต้นทุนที่ไม่อยู่ในเกณฑ์สูงมากนัก เมื่อแปรรูปแล้วสามารถส่งออกไปแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่ทั้งนี้ผู้ผลิตจะต้องปรุงอาหารให้รสเป็นสากล หากเป็นเนื้อสัตว์จะต้องมี Halal (เนื้อปลา กุ้ง และอาหารทะเลไม่ต้องมี Halal) รวมทั้งมีฉลากอาหารและ Shelf-life ที่ถูกต้องการกฎระเบียบ ต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎของอาหารฮาลาล ที่คนมุสลิมให้การเชื่อถืออย่างเคร่งครัด (รายละเอียดเรื่องนี้สามารถศึกษาได้จากโครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม www.thehalalfood.info)

ในอดีตผู้ประกอบการธุรกิจเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลายังไม่เป็นที่นิยมในบาห์เรนเนื่องจากไม่แน่ใจในผลประกอบการ ทำให้รัฐบาลบาห์เรนโดยหน่วยงาน Directorate of Marine Resources ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการเดียวที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลโดยร่วมมือกับประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นผ่านหน่วยงานJICA (Japanese International Cooperation Agency)โดยส่งผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยี เข้ามาประจำในบาห์เรนเพื่อร่วมพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาในช่วงที่ผ่านมาและได้ผลดีในระดับหนึ่ง ทำให้สามารถส่งออกขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และโอมานได้ ในขณะที่บางส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส กรีซ และ สหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภคท้องถิ่นและชาวต่างชาติ ปัจจุบันนี้มีบริษัทเอกชน 2 บริษัทเข้าร่วมลงทุนการเพาะพันธุ์ปลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่าธุรกิจนี้พัฒนาขึ้นและจะส่งผลประกอบการที่คุ้มต่อการลงทุน โดยเฉพาะพันธุ์ปลาตระกูล Grouper และ Breams ที่เป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก

ข้าวหอมมะลิเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในประเทศบาห์เรน ในปี 2556 ข้าวหอมมะลิไทยมีมูลค่าการส่งออก 109.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.65 ของสินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน ส่วนผลิตภัณฑ์จากข้าว และน้ำตาลทรายมีมูลค่าการส่งออก รวมกัน 18.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.28 ของสินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน

สินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน มูลค่า : ล้านบาท
2555 2556 2557(Jan-Feb) สัดส่วน%
ข้าว 119.3 109.7 23.9 1.65
อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 81.2 71.4 13.8 1.07
ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 42.3 45.8 11.4 0.69
ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 32.6 29.0 6.7 0.43
ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง 163.3 140.6 6.5 2.11
ผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 23.4 31.8 5.5 0.48
ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 35.7 39.7 4.4 0.60
ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 29.9 26.2 3.2 0.39
สิ่งปรุงรสอาหาร 14.7 17.6 2.5 0.26
ผักกระป๋องและแปรรูป 20.1 19.1 1.9 0.29
ผลิตภัณฑ์ข้าว 8.1 8.0 1.6 0.12
น้ำตาลทราย 21.0 10.6 0.8 0.16
ที่มา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์

ช่องทางการจัด-จำหน่ายสินค้าอาหาร สามารถทำได้โดยผ่าน ตัวแทนการค้า (Trade Distributors) ซึ่งรายสำคัญมีดังต่อไปนี้

1. ตัวแทนการค้า (Trade Distributors)

1. Bahrain Flour Mills ก่อตั้งปี 1970

ถือหุ้นโดย Bahrain Mumtalakat Holding Compamy และ The Kuwait Flour Mills & Bakeries Company จำหน่ายแป้งและข้าวสาลี มีนโยบายขยายตลาดการส่งออกไปประเทศ เยเมนและโอมาน ยอดจำหน่ายสินค้าปี 2012 มูลค่า 5.7 ล้านบาห์เรนดีน่าห์

2. Arabian sugar Company

อยู่ระหว่างการสร้างโรงงานมูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน Bahrain Industrial Investment Park  Hidd ด้วยเทคโนโลยีจากยุโรปและจะมีกำลังการผลิต 585,000 ตันต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2015 

3. General Trading & Food Processing Company (TRAFCO) ก่อตั้งปี ค.ศ.1978

เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายอาหาร (Food Distributor) ชั้นแนวหน้าของบาห์เรน ตราสินค้าที่บริษัทจัดจำหน่าย เช่น Rainbow milk, Sadia meat, la Ronda confectionary, Honig, Noor, Daawat, OKI, Pride,Tata และ Tetley
บริษัทในเครือ Bahrain Danish Dairy Company (ปัจจุบันคือ Awal Dairy), Food Supply Company and Kuwait Bahrain Dairy Company และ Bahrain Water Bottling and Beverage Company
บริษัทถือหุ้นใน Bahrain Livestock Company และ Bahrain Fresh Fruits Company
บริษัทนำเข้าสินค้าผัก ผลไม้สด และเนื้อไก่ จากประเทศออสเตรียเลีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา
ยอดจำหน่ายสินค้า ปี 2012 มูลค่า 39.6 ล้านดีนาร์บาห์เรน(102.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

4. Kraft Foods

บริษัทจำหน่ายอาหารใหญ่เป็นที่สองของโลก มีสาขาใน 170 ประเทศ  Kraft บุกตลาดตะวันออกกลางช่วงปี 1930 สินค้าสำคัญ เช่น Trident gum, Milka chocolates, Planters nuts,  Philadelphia spreadable crème cheese, Oreo cookies, Nabisco crackers, Toblerone and Cote d’Or chocolate, Dream whip, Jell-O, Tang powdered beverage และ Maxwell House and Jacobs Coffee    Kraft เผชิญกับบริษัทคู่แข่งท้องถิ่น เช่น Rawabi Dairy Company ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการขยายกำลังการผลิต ยอดจำหน่ายสินค้า Tang (รสส้ม มะม่วง สับประรด และฟรุ๊ตคอกเทล) ใน GCC เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก อีกทั้งบริษัทขยายกำลังการผลิต Nabisco biscuit ในประเทศซาอุดีอาระเบีย (Nabisco Arabia ผลิต Oreo cookies, Ritz crackers belVita biscuits)

5. Nestle Bahrain Trading Co ก่อตั้งในบาห์เรนปี ค.ศ. 2004

บริษัทจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 1866 ครอบคลุมสินค้า กาแฟ น้ำดื่มบรรจุขวด ผลิตภัณฑ์ทำจากนม ลูกอม ช็อกโกแลต ไอศครีม อาหารทารก เครื่องปรุงรส อาหารแช่เย็น อาหรแช่แข็ง อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพร้อมรับประทาน  มีสาขาใน 86 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เมืองดูไบ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สินค้ามีมากกว่า 6,000 ตราสินค้า เช่น Maggi, Nescafe, Pure life และ Coffee Mate

6. EMKE Group

บริษัทอาหารและค้าปลีกของคนอินเดียใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอาบูดาบี (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ดำเนินกิจการ LuLu hypermarket และ supermarket
LuLu hypermarket ในบาห์เรนตั้งในปี 2007 มี 3 สาขา ได้แก่ Sanabis  Al Ali  Hidd โดยมีแผนขยายไปที่ Busaiteen  Juffair และ Umm Al Hassam

7. Delmon Poultry Company  

ก่อตั้งปี ค.ศ. 1981 รัฐบาลถือหุ้น 15% มูลค่าการขายปี 2012 : 14.7 ล้านดีนาร์บาห์เรน  (38.8 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ)จำหน่ายเนื้อไก่ร้อยละ 25 ของความต้องการตลาด (25,000 ตัวต่อวัน) บริษัทมีนโยบายขยายโรงงานเนื่องจากความต้องการบริโภคไก่สดของตลาดมีมากซึ่งต้องขอความสนับสนุนจากรัฐบาล

8. Awal Dairy

TRAFCO มีหุ้น 51% มีแผนการบุกตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากประสบความสำเร็จจากการส่งออกไปตลาดคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรต การ์ต้าร์ และจอร์แดน
มีแผนพัฒนาและขยายโรงงานรวมถึงกำลังการผลิตนมพร่องไขมันและเพิ่มความหลากหลายของสายการผลิตไอศครีม ทั้งรสชาด ขนาดและบรรจุภัณฑ์

9. Ahmadi Dairy ก่อตั้งเมื่อปี 1982

สินค้าสำคัญ เช่น ไอศครีม นม โยเกิร์ต เครื่องดื่มโยเกิร์ต (Laban) และน้ำผลไม้ เป็นตัวแทนจำน่าย ไก่แช่แข็ง Al Watania จากประเทศซาอุดีอาระเบีย ขนมเค๊กแช่เข็งSara  น้ำขวดAqua  และข้าวBasmati   ส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 40 ของสินค้าท้องถิ่นและประมาณร้อยละ 23 ของสินค้านำเข้า

10. Shell Fisheries

บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายอาหารแช่แข็ง มีบริษัทสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศ
ซาอุดีอาระเบีย ด้วยโรงงานและเครื่องจักรการผลิตที่ได้มาตรฐานยุโรป และได้รับการรับรอง HACCP โดยมีกำลังการผลิต 15 ตันต่อวัน สินค้าในสายการผลิตได้แก่ Blue swimming crabs  Cutter fish and squids  Frozen fishes  shark fillets  และ Shrimps ตลาดส่งออก เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และซาอุดีอาระเบีย

11. Fu-Com International/Geant

กลุ่มบริษัทค้าปลีก Fu-Com International บริหารงาน Bahrain Mall และ Geant hypermarket (hypermarket แห่งแรกของประเทศ โดยความร่วมมือกับ Geant บริษัทยักษ์ใหญ่ธุรกิจ hypermarket จากประเทศฝรั่งเศส และ Last Chance supermarket) โดยการพัฒนามาจาก Last Chance Store ที่เริ่มแรกตั้งสาขาใน Manama, Muharraq และ Isa Town เน้นความประหยัดและสะดวกซื้อให้แก่ลูกค้ารายได้ระดับกลาง-กลางตอนบน  การเข้ามาของ Geant โดยใช้รูปแบบการบริหารธุรกิจค้าปลีกแบบยุโรปทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในบาห์เรน บริษัทยังไม่มีแผนการขยายธุรกิจในบาห์เรน และบริษัทยังคงเน้นเรื่อง low price approach เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดต่อไป อย่างไรก็ตามในระยะยาว Geant จะเลือกกลยุทธ์ launch stand alone outlets ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภก เช่น geant easy ในแหล่งชุมชนย่อย ๆ  ในSaar

12. BMMI Group

บริษัทค้าส่งและตัวแทนจำหน่ายอาหารและสินค้าบริโภคอื่น ๆ   Wholesaler and distributor of food and other consumables) ชั้นนำในบาห์เรน BMMI แบ่งการบริหารงานเป็น

  1. สินค้าเครื่องดื่ม BMMI ตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำจากทั่วโลก
  2. อาหารและเครื่องใช้ในบ้าน  มีส่วนแบ่งตลาดเป็นประมาณร้อยละ 20 มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและวันหมดอายุของสินค้า (areas of stock rotation and expiry dates)
  3. ดำเนินงาน Alosra Supermarket มีสาขาที่ Saar(Najibi Center), Saar (Nakeel Center), Amwaj Islands, Riffa ViewJuffair และ Durrat Al Bahrain มีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เป็นชาวตะวันตกและคนบาห์เรนที่มีฐานะและนิยมสินค้านำเข้าจากยุโรป เช่น ไก่แช่เย็น ไข่ ขนมปังและผลิตภัณต์จากนม จากประเทศอังกฤษ หอยแมลงภู่สดจากสก๊อตแลนด์ สินค้าสุขภาพ (organic food) โดยสินค้าจะถูกนำเข้าจากประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ ทางเรือประจำทุกสองเดือนและเครื่องบินประจำทุกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์  Alosra ยังเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตแรกอีกด้วยที่สนับสนุนการใช้ถุงผ้าใส่สินค้าและนำกลับมาใช้ใหม่ (Re-useable cloth bags) เพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก
  4. BMMI สร้าง The Great Deli Co. (ร้านกาแฟและของว่าง) เพื่อเติมช่องว่างของตลาดอาหารคุณภาพราคาประหยัดด้วยอาหารพร้อมรับประทาน เช่น สลัด ซูชิ แซนวิช

13. Jawad Business Group (JBG) เริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

เป็นบริษัทค้าส่งและตัวแทนจำหน่ายหลัก (Major Wholesale and Distributor) ในประเทศบาห์เรนและกาตาร์ ประกอบด้วยธุรกิจ 1 ร้านสะดวกซื้อ (Convenience stores) เช่น Jawad Metro, Jawad Express และร้าน 24 Hours 2. อาหารสะดวกซื้อ เช่น นมกล่อง อาหารรับประทานเล่น เครื่องดื่ม 3. ร้านอาหารและร้านกาแฟ (Coffee shops and restaurants) นอกจากจะเป็นคู่ค้าแฟรนด์ไชส์ของ Costa Coffee ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีสาขามากมายในตลาดตะวันออกกลางแล้ว Jawadยังเปิดร้านอาหารอื่น ๆ  เช่น Chili’s, Dairy Queen, Burger King,
Papa John's Pizza และ Outback Steakhouse ทั้งในบาห์เรนและประเทศในกลุ่ม GCC is amongst the single largest International franchise partners for Costa Coffee in the world. 4. ธุรกิจเสื้อผ้าและของใช้ในบ้าน (Fashion and Home Retail) Jawad นำเข้าสินค้าแบรนด์สำคัญจากทั่วโลก เช่น  BHS, Monsoon, Accessorize, Mango, Pumpkin Patch, Origem, Camaieu, Hobbs, The White Company, Lakeland, Quiz, Origem, Hunkemoller and Tapeàl’oeil 5. ธุรกิจรองเท้า (Footware Business) Jawad เป็นตัวแทนนำเข้า Hush Puppies เป็น distribution partner for Jansports, New Balance, Hotter Shoes, Dr. Martens and Levi’s 6. ธุรกิจการท่องเที่ยว บริษัท Al Farar Travels 7. ธุรกิจรถเช่า Avis 8. ธุรกิจนำเข้ารถยนต์ JAC Motors 9. ธุรกิจ Service Station ร้านสะดวกซื้อและบริการล้างรถในปั้มน้ำมัน 10. ธุรกิจ Logistic Velocity เป็นบริษัทรับจัดการระบบโลจิสติกส์แห่งแรกในบาห์เรน มีระบบโกดังเก็บสินค้า (warehousing) และ ระบบการจัดส่งสินค้า (distribution) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสำหรับธุริจ FMCG

อุปสรรค

  1. บาห์เรนใช้วิธีการ ซื้อมามากกว่าการขายเนื่องจากไม่มีการส่งออกสินค้าบริโภค อาจเกิดปัญหาการจัดเก็บสินค้า ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้
  2. ภาคการเกษตรถูกจำกัดด้วยสภาพภูมิอากาศที่ร้อนและแห้ง สินค้าเกษตรต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นส่วนมาก
  3. การประท้วงอย่างต่อเนื่องทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นไปในทางลบ ด้วยกังวลว่าการก่อความไม่สงบจะเกิดขึ้นอีกบ่อยครั้ง จึงทำให้จับจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคด้วยความระมัดระวัง และเกิดลักษณะการซึ้อกักตุนเป็นบางช่วง

เครื่องดื่ม

จุดแข็งและโอกาส

  1. ประชากรนิยมทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น
  2. ผู้บริโภคส่วนมาก ที่เป็นคนทำงานต่างชาติและนักท่องเที่ยวนิยมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ ที่สามารหาซื้อได้ในโรงแรมชั้นนำที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายแอลกอฮอร์เท่านั้น
  3. ตลาดต้องการน้ำดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มให้พลังงาน และสินค้าเครื่องดื่มเพิ่มมูลค่า (Value-added products)
  4. ตลาดธุรกิจประเภท soft drink และ น้ำดื่มจากขวด ยังเป็นที่ต้องการอีกมากเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนตลอดปี
  5. เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอร์ (Non-alcoholic malt) สามารถเข้ามาแทนที่ตลาดเบียร์ และสร้างเป็นช่องทางการจำหน่ายเฉพาะกลุ่มได้อีกด้วย

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

บาห์เรนเหมือนกับประเทศในอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ที่มีสภาพภูมิอากาศที่ร้อน แม้ว่าจะต้องประสบกับวิกฤตทางการเมืองที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ทำให้ยอดการดำเนินธุรกิจภาคส่วนนี้ลดลงแต่อย่างใด ในปี ค.ศ. 2014 คาดว่า ธุรกิจเครื่องดื่มในตลาดบาห์เรนมีอัตราการโตประมาณร้อยละ 4.8 และมูลค่าการขายเครื่องดื่มในช่วงปี ค.ศ. 2014-2017 มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 6.4 ล้านบาห์เรนดีน่าห์ (17 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าที่มีศักยภาพได้แก่ น้ำผลไม้ (fruit juices) น้ำบรรจุขวด (bottled water) เครื่องดื่มน้ำอัดลม (carbonated drink) และ เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอร์ (non-alcoholic beers and other malt beverages) เนื่องจากคนรุ่นใหม่และวัยรุ่นได้รับอิทธิพลจากตะวันตกและมีความต้องการลองของใหม่ เป็นกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว

SOFT DRINKS VALUE SALES - HISTORICAL DATA & FORECASTS, 2012-2017
  2012  2013 2014 2015 2016 2017
Soft drinks sales (BHDmn) 36.37 40.09 42.03 44.03 46.19 48.44
Soft drinks sales growth, BHD, % chg y-o-y 1.79 10.24 4.84 4.75 4.90 4.88
Soft drinks sales per capita (BHD) 27.60 30.10 31.27 32.38 33.45 34.48
Soft drinks sales per capita growth, BHD, % chg y-o-y -0.14 9.05 3.91 3.55 3.31 3.07
Soft drink sales (USDmn) 96.47 106.35 111.50 116.79 122.51 128.49
Soft drink sales growth, USD, % chg y-o-y 1.79 10.24 4.84 4.75 4.90 4.88
Soft drink sales per capita (USD) 73.20 79.83 82.95 85.89 88.74 91.46
e/f = BMI estimate/forecast. Source: Britvic, BMI

อุปสรรค

  1. การลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ไม่สามารถจูงใจนักลงทุนรายหลักได้ เนื่องจากขนาดของตลาดที่เล็กและมีข้อจำกัดการจำหน่ายเนื่องจากข้อห้ามทางศาสนา
  2. การฟื้นตัวในอัตราที่ช้าของธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง
  3. การเริ่มพูดถึงการห้ามหรือมีข้อจำกัดในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เนื่องจากคนบาห์เรนจำนวนมากมากไม่พอใจการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกที่มาพร้อมกับกลุ่มประชากรคนทำงานต่างชาติ

ธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ต

จุดแข็งและโอกาส

  1. ผู้บริโภคยึดติดกับตราสินค้า (Brand-Royalty)
  2. ตลาดธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่โตอย่างต่อเนื่อง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมการใช้จ่ายแบบสะดวกซื้อ
  3. การเข้ามาของ Geant, Carrefour, Casino, EMKE จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับตลาดธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่รวมถึงตลาดค้าปลีกรายย่อยที่เข้าถึงผู้บริโภคในชุมชน
  4. การวางสินค้าที่เป็นของผู้ประกอบการท้องถิ่น ในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นที่นิยมมากขึ้น ก่อให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งต่างจากทัศนคติของผู้บริโภคประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่นิยมสินค้าจากต่างประเทศ
  5. เนื่องจากผลกระทบจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีมากเกินความต้องการ ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กสามารถเติบโตได้ในลักษณะร้านค้าเดี่ยว (Stand Alone Outlet)
  6. ร้านค้าปลีกราคาถูก (discount retailers) เช่น ร้าน 100 Fils ร้าน Diso ราคา 700 Fils (สาขาจากประเทศญี่ปุ่น) มีโอกาสเติบโตในกลุ่ม แม่บ้าน และผู้นิยมซึ้อของราคาถูกที่ใช้งานครั้งเดียวทิ้ง
  7. คนบาห์เรนนิยมการรวมญาติทุกอาทิตย์ และการมีงานเลี้ยงวันเกิดที่มีความหรูหรา อาหารและของใช้จะต้องมีจำนวนมาก เพื่อบอกถึงฐานะที่มั่งคั่ง ทำให้มีการใช้จ่ายจำนวนมากและต่อเนื่อง

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

มูลค่าตลาดของธุรกิจนี้ของบาห์เรนปี ค.ศ. 2014 โตที่ประมาณร้อยละ 8 โดยคาดว่าในช่วงปี ค.ศ. 2014-2017 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 0.11 พันล้านดีน่าร์บาห์เรน (คิดเป็น 0.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เมื่อเทียบกับขนาดของประเทศและประชากรแล้วถือได้ว่าเป็นการเติบโตที่ดีมาก โดยเฉลี่ยค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 323 ดีน่าร์บาห์เรนต่อหัวต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 19 ในอีก 3 ปีข้างหน้า เป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าบาห์เรนมีอัตราการบริโภคโดยภาคเอกชน (Private Consumption Growth) สูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคมีรายได้สูงและนิยมความสะดวกสบาย การขยายตัวของร้าน hypermarket และร้าน supermarket จึงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อ (cold store, convenient store) ร้านของชำ ก็เพิ่มจำนวนตาม

MASS GROCERY RETAIL SALES BY FORMAT - HISTORICAL DATA & FORECASTS, 2012-2017
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Total mass grocery retail sales (BHDbn) 0.34 0.40 0.43 0.47 0.50 0.54
Total mass grocery retail sales growth, BHD, % chg y-o-y 3.23 18.17 8.00 7.63 7.65 7.44
Total mass grocery retail sales per capita (BHD) 258.29 301.92 323.19 343.85 364.58 384.93
Total mass grocery retail sales per capita, BHD, % chg y-o-y 1.26 16.89 7.04 6.39 6.03 5.58
Total mass grocery retail sales (USDbn) 0.90 1.07 1.15 1.24 1.34 1.43
Total mass grocery retail sales, USD, % chg y-o-y 3.23 18.17 8.00 7.63 7.65 7.44
Total mass grocery retail sales per capita (USD) 685.13 800.86 857.28 912.07 967.05 1,021.03
e/f = BMI estimate/forecast. Source: BMI, CBB, Bahrain Centre for Research & Studies, Gulf Cooperation Council Secretarial General

ตาราง Key Players in Bahrain’s Mass Grocery Retail Sector ข้างล่างนี้เป็น รายการรายชื่อของกลุ่มบริษัทที่บริหารธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตที่สำคัญในบาห์เรน รวมถึงจำนวนร้านค้าและสาขาของแต่ละ Brand

Key Players in Bahrain’s Mass Grocery Retail Sector
Company Country of Origin Sales BHDmn Sales US$mn Fiscal Y/E Brand Format No of Outlets
EMKE Group UAE/India na 2,100* na LuLu Supermarkets/ 
Hypermarkets
29
Fu-Com International/Casino   Bahrain na 115e na - - -
- - - - Last Chance Supermarket Franchise 3
- - - - Le Marché Hypermarket 1
- - - - Géant Hypermarket 1
Carrefour/MAF France/UAE na 50e na Carrefour Hypermarket 1
Al-Jazeera Group   Bahrain na na na - - -
- - - - Al-Jazeera Supermarkets 5
- - - - Al-Jazeera Distribution Company 1
BMMI Group Bahrain 92.3 244.7 Dec-12 Alosra Supermarket -
Mega Mart Bahrain na na na Mega Mart Supermarket 3
Jawad Business Group Bahrain na na na Jawad Supermarket 25
The Sultan Center (TSC) Kuwait na na na TSC Wholesale Center Supermarket 1
e = estimate; na = not available; *Group sales. Source: Company results, Trade press, BMI, researcher estimates (as of ค.ศ. 2013)

อุปสรรค

  1. ด้วยจำนวนประชากรที่น้อย ทำให้บาห์เรนเป็นเพียงตลาดรอง (supplementary market) มากกว่าเป็นตลาดหลักของธุรกิจร้านค้าปลีกของภูมิภาค
  2. การถอนตัวออกของ Waitrose ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำจากประเทศอังกฤษ หลังจากเข้ามาบุกตลาดด้วยการเปิดร้านค้า 3 สาขา และพยายามเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับ hi-end ได้เพียง 3 ปี (2010-ค.ศ. 2013) เป็นตัวชี้วัดได้ว่าการทำธุรกิจค้าปลีกในตลาดบาห์เรนอาจไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเสมอไป
  3. ความไม่สงบทางการเมืองอาจเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อการเปิดตัวร้านค้าปลีกของชาวต่างชาติ
  4. นโยบายการกำหนดราคาสินค้าจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เป็นแรงกดดันให้ผลกำไรของการปฏิบัติการและsuppliersน้อยลง

สินค้าประเภทค้าปลีก และอิเล็คทรอนิกส์ (Retails and Consumer Electronics)

จุดแข็งและโอกาส

  1. เนื่องจากประชากรในบาห์เรนมีความหลากหลาย รวมถึงรายได้ครัวเรือนก็หลากหลายเช่นกัน จึงเป็นโอกาสต่อนักลงทุนที่จะได้นำเสนอสินค้าที่แตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ดังแสดงในตาราง Total Household spending (2012-2017)ข้างล่างนี้ คาดว่าในปี ค.ศ. 2014 การใช้จ่ายสินค้าในครัวเรือนจะมีมูลค่าสูงถึง 15 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 43 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ โดยแนวโน้มการเติบโตของการใช้จ่ายในอีก 4 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ร้อยละ 8
  2. คนบาห์เรนที่ฐานะนิยมซื้อสินค้าและของแต่งในบ้านที่หรูหรา เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญที่มีศักยภาพสำหรับสินค้า hi-end
Total Household spending (2012-2017)
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Total household spending, US$bn 11.59 13.83 15.00 16.20 17.50 18.86
Total household spending, % of GDP 38.16 42.39 43.24 43.56 43.79 44.07
Total household spending, US$ % y-o-y 3.45 19.38 8.45 8.02 8.02 7.77

ที่มา: CIO Bahrain/BMI

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

ตลาดค้าปลีกเป็นตลาดที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากผู้บริโภคที่มีรายได้สูงให้ความสำคัญต่อสินค้ามีแบรนด์ซึ่งในลักษณะของการขยายตัวของตลาดนี้จะเป็นไปในรูปแบบของ Super mall ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก เช่น Marks&Spencer Bhs La Senza และ MNG เป็นต้น ลักษณะของการใช้จ่ายในตลาดค้าปลีกนี้ สามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มสินค้าสำคัญ คือ 1.อาหาร 2.เสื้อผ้าและรองเท้า 3.ของใช้ในครัวเรือน และ 4.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดังแสดงในตาราง Retail sector spending (%) (2012-2017) ข้างล่างนี้ ที่เห็นได้ว่าในปี ค.ศ. 2013 สินค้าอาหารมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงถึงร้อยละ 17 ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รองจากค่าใช้จ่ายหลักและสาธารณูปโภคประจำเดือนที่สูงถึงร้อยละ 28 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและรองเท้าร้อยละ 7 ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์และสินค้าสุขภาพรวมร้อยละ 11.7 กล่าวคือการใช้จ่ายในตลาดค้าปลีกมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 44.9 ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของตลาดที่จะรองรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของครัวเรือนนอกเหนือจากในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดค้าปลีกจะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเดินทาง สันทนาการ การศึกษา การประกันภัย และการติดต่อสื่อสาร ซึ่งรายละเอียดได้แสดงอยู่ในตารางข้างล่างเช่นเดียวกัน

Retail sector spending (%) (2012-2017)
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Food and non-alcoholic drinks spending, % total 16.6 17.1 17.3 17.5 17.7 17.8
Alcoholic drinks and tobacco spending, % total 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5
Clothing and footwear spending, % total 7.0 7.1 7.2 7.2 7.2 7.3
Furnishing and home spending, % total 8.4 8.5 8.5 8.6 8.6 8.6
Health and personal spending, % total 11.4 11.7 11.7 11.8 11.8 11.9
Other household spending—non retails
Housing and utilities spending, % total 27.3 27.9 28.1 28.3 28.5 28.6
Transport spending, % total 8.3 7.1 6.7 6.3 6.0 5.7
Communications spending, % total 5.2 5.3 5.3 5.3 5.3 5.3
Recreation and culture spending, % total 7.6 7.8 7.9 7.9 8.0 8.1
Education spending, % total 3.4 3.0 2.9 2.7 2.6 2.5
Restaurants and hotels spending, % total 4.2 4.0 3.9 3.8 3.7 3.7

ที่มา: CIO Bahrain/BMI

ลักษณะตลาดและแนวโน้ม

ตลาดค้าปลีกเป็นตลาดที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากผู้บริโภคที่มีรายได้สูงให้ความสำคัญต่อสินค้ามีแบรนด์ซึ่งในลักษณะของการขยายตัวของตลาดนี้จะเป็นไปในรูปแบบของ Super mall ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก เช่น Marks&Spencer Bhs La Senza และ MNG เป็นต้น ลักษณะของการใช้จ่ายในตลาดค้าปลีกนี้ สามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มสินค้าสำคัญ คือ 1.อาหาร 2.เสื้อผ้าและรองเท้า 3.ของใช้ในครัวเรือน และ 4.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดังแสดงในตาราง Retail sector spending (%) (2012-2017) ข้างล่างนี้ ที่เห็นได้ว่าในปี ค.ศ. 2013 สินค้าอาหารมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงถึงร้อยละ 17 ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รองจากค่าใช้จ่ายหลักและสาธารณูปโภคประจำเดือนที่สูงถึงร้อยละ 28 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและรองเท้าร้อยละ 7 ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์และสินค้าสุขภาพรวมร้อยละ 11.7 กล่าวคือการใช้จ่ายในตลาดค้าปลีกมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 44.9 ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของตลาดที่จะรองรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของครัวเรือนนอกเหนือจากในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดค้าปลีกจะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเดินทาง สันทนาการ การศึกษา การประกันภัย และการติดต่อสื่อสาร ซึ่งรายละเอียดได้แสดงอยู่ในตารางข้างล่างเช่นเดียวกัน

Retail sector spending (%) (2012-2017)
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Food and non-alcoholic drinks spending, % total 16.6 17.1 17.3 17.5 17.7 17.8
Alcoholic drinks and tobacco spending, % total 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5
Clothing and footwear spending, % total 7.0 7.1 7.2 7.2 7.2 7.3
Furnishing and home spending, % total 8.4 8.5 8.5 8.6 8.6 8.6
Health and personal spending, % total 11.4 11.7 11.7 11.8 11.8 11.9
Other household spending—non retails
Housing and utilities spending, % total 27.3 27.9 28.1 28.3 28.5 28.6
Transport spending, % total 8.3 7.1 6.7 6.3 6.0 5.7
Communications spending, % total 5.2 5.3 5.3 5.3 5.3 5.3
Recreation and culture spending, % total 7.6 7.8 7.9 7.9 8.0 8.1
Education spending, % total 3.4 3.0 2.9 2.7 2.6 2.5
Restaurants and hotels spending, % total 4.2 4.0 3.9 3.8 3.7 3.7

ที่มา: CIO Bahrain/BMI


อาหาร

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มมีสัดส่วนเป็นอันดับสองรองจากค่าใช้จ่ายหลักและสาธารณูโภค รายละเอียดสินค้า ได้นำเสนอไว้ในส่วนของสินค้าอาหารและเครื่องดื่มแล้วในข้างต้น


เสื้อผ้าและรองเท้า

ตลาดเสื้อผ้าและรองเท้าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.1 ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มลูกค้าอายุ 20-39 ปี ค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ของทั้งปี ค.ศ. 2014 มีมูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในอีก 3 ปีข้างหน้า อนึ่งค่าใช้จ่ายเสื้อผ้าและรองเท้าต่อครัวเรือนในปี ค.ศ. 2014 มีมูลค่า 7,175 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่า 800 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อคน

Clothing & Footwear Spending, 2012-2017
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Clothing and footwear spending, US$bn 0.8 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4
Clothing and footwear spending, US$ % y-o-y 3.6 21.4 9.1 8.6 8.5 8.2
Clothing and footwear spending, US$ per household 5,511.7 6,625.7 7,174.7 7,710.2 8,249.9 8,781.9
Clothing and footwear spending, US$ per capita 616.2 740.1 800.6 859.5 918.7 977.0

ที่มา: CIO Bahrain/BMI


ธุรกิจค้าปลีกส่วนมากเปิดธุรกิจในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในบาห์เรน เช่น Bahrain City Center, Al Seef Mall และ Al Ali Mall นำเสนอทางเลือกของสินค้า (Products) การออกแบบ (Design) และตราสินค้า (Brand) จากทั่วโลกให้กับกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้สูง อายุระหว่าง 20-39 ผู้มีสนใจในสินค้าตะวันตก เช่น Debenhams (UK), Marks & Spencer (UK), Saks Fifth (USA) และ Paris Gallery หลาย ๆ บริษัทเข้ามาเป็นพันธมิตรการค้า (partnership) กับบริษัทจัดจำหน่าย เช่น Al-Futtaim Group (AFG), MAF, Fawaz Alhokair & Company และ MH Alshaya Co

นอกจากธุรกิจค้าปลีกในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในบาห์เรนที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้สูงแล้ว ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กที่เป็นลักษณะของร้านสะดวกซื้อ (Convenient Store) หรือที่คนบาห์เรนนิยมเรียกว่า Cold Store และร้านค้าปลีกตั้งเดี่ยว (Stand Alone Shop) ก็มีกระจายตั้งอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สินค้าขายปลีกของไทยจะเข้ามามีบทบาทในตลาดได้ จากตัวเลขของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์พบว่า ปี 2556 การส่งออกสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มส่งออกไปบาห์เรนมีมูลค่า 99 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.48 ของสินค้าส่งออกไปบาห์เรนทั้งหมดและสินค้ารองเท้าและชิ้นส่วนมีมูลค่าการส่งออก 38.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.58 เนื่องจากการจะเข้าไปแข่งขันกับสินค้าแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ น่าจะมีความยากมากกว่าทั้งในด้านเงินทุน การดำเนินงาน และรสนิยมของผู้บริโภคชาวบาห์เรนที่ชื่นชอบแฟชั่นและวัฒนธรรมตะวันตกที่มีความหรูหราเป็นพิเศษ

สินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน มูลค่า : ล้านบาท
  2555 2556 2557 (Jan-Feb) สัดส่วน %
เครื่องนุ่งห่ม 84 99 3.7 1.48
รองเท้าและชิ้นส่วน 37.7 38.6 4.5 0.58
ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ 2557

ของใช้ในครัวเรือน

สินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น สินค้าครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (household appliances), เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนบุคคล (consumer electronics) และเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง (expensive furnishing)มีศักยภาพในกลุ่มผู้มีรายได้ขั้นสูงของประเทศ ที่ประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าคนกลุ่มนี้จะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 85,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2017

สินค้าครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (household appliances) และ เฟอร์นิเจอร์ (furniture & furnishing) มียอดการขายที่ 0.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2014 และจะมีการเติบโตทุกปีร้อยละ 8.4 จนถึงปี 2017 โดยมีมูลค่าประมาณ 0.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนสินค้าค้าปลีกเครื่องใช้ภายในบ้านและ เฟอร์นิเจอร์

สินค้าประเภท โทรทัศน์ กล้องและคอมพิวเตอร์(AV, Camera and Computer) เป็นที่ต้องการของกลุ่มประชากรที่ต้องการความบันเทิงในครัวเรือน มีการคาดการณ์ว่าจะโตร้อยละ 9.1 ตลอดช่วงเวลาของปี ค.ศ. 2014-2017 ซึ่งมีมูลค่า 0.25 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ยต่อปี

สินค้าประเภทแก้ว และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร(Glass, Tableware and Utensils) คาดการณ์ว่าจะโตร้อยละ 8.4 ในช่วงเวลาของปี ค.ศ. 2014-2017 ซึ่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 0.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ยต่อปี

สินค้าประเภทของเล่น เครื่องกีฬา เครื่องสวนและสัตว์เลี้ยง (Toys, Sports, Gardens and Pets) คาดการณ์ว่าจะโตร้อยละ 9.3 ในช่วงเวลาของปี ค.ศ. 2014-2017 ซึ่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 0.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ยต่อปี

รายละเอียดประมาณการณ์ค่าจ่ายตามหมวดสินค้าที่กล่าวข้างต้นดังแสดงในตาราง Household Goods Spending, 2012-2017 ข้างล่างนี้

Household Goods Spending, 2012-2017
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Household goods spending, US$ per household 5,070.0 6,099.6 6,607.0 7,102.1 7,601.2 8,093.2
Household goods spending, US$ per capita 566.9 681.3 737.2 791.7 846.5 900.4
Household goods spending, US$bn 0.7 0.9 1.0 1.1 1.2 1.3
Household goods spending, US$ % y-o-y 3.6 21.5 9.2 8.6 8.6 8.2
Furniture and furnishings spending, US$bn 0.2 0.2 0.3 0.3 0.3 0.3
Furniture and furnishings spending, US$ % y-o-y 3.5 20.6 8.9 8.4 8.3 8.0
Household textiles spending, US$bn 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1
Household textiles spending, US$ % y-o-y 3.6 21.2 9.1 8.6 8.5 8.2
Household appliances spending, US$bn 0.2 0.3 0.3 0.3 0.3 0.4
Household appliances spending, US$ % y-o-y 3.5 20.7 8.9 8.4 8.3 8.0
Glass, tableware and utensils spending, US$bn 0.0 0.0 0.1 0.1 0.1 0.1
Glass, tableware and utensils spending, US$ % y-o-y 3.5 20.4 8.8 8.3 8.3 8.0
AV, camera and computer spending, US$bn 0.2 0.2 0.2 0.2 0.3 0.3
AV, camera and computer spending, US$ % y-o-y 3.8 23.3 9.8 9.1 9.0 8.6
Toys, sports, gardens and pets spending, US$bn 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1
Toys, sports, gardens and pets spending, US$ % y-o-y 3.9 23.7 9.9 9.3 9.1 8.7

ที่มา: CIO Bahrain, BMI


จากการคาดการณ์ข้างต้นจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสในเปิดตลาดสินค้ากลุ่มนี้ ตัวอย่างเช่น สินค้าเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อน-แห้ง มีฝุ่นทรายจากทะเลทรายและการก่อสร้างทั้งตึกระฟ้าและที่พักอาศัย ลักษณะบ้านในตะวันออกลางจะมีหน้าต่างน้อยมาก เนื่องจากต้องให้ปูนเก็บความเย็นและไม่ให้ไอความร้อนและฝุ่นทรายเข้าบ้าน ทำให้บาห์เรนและประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้า เช่น ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งยอดการส่งออกรวมของทั้ง 5 หมวดสินค้าในปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 391.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของยอดการส่งออกไทย-บาห์เรน

อย่างไรก็ตามการส่งออกสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศจากไทยไปบาห์เรนมีคู่แข่งสำคัญคือ ประเทศจีนและไต้หวันที่ผู้นำเข้าบาห์เรนส่วนมากนิยมสั่งสินค้า เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าและคุณภาพดี แม้ว่าสินค้าเครื่องปรับอากาศของไทยจะมีคุณภาพดีแต่บุคลากรผู้ส่งออกของไทยไม่มีความต่อเนื่องในการทำธุรกิจ และความสามารถในการสื่อสาร ขนาดของเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยที่ตลาดนิยมได้แก่ 18,000 บีทียู/ชม 24,000 บีทียู/ชม และ 30,000 บีทียู/ชม โดยเฉลี่ยจะมีเครื่องปรับอากาศ 4-5 เครื่องต่อครัวเรือน โดยมีช่วงเวลาของการจับจ่ายสินค้าชนิดนี้ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนตุลาคม นิยมซื้อจากร้านค้าท้องถิ่นเนื่องจากต้องการการบริการที่ต่อเนื่อง ตราสินค้าที่เป็นที่นิยมในบาห์เรนได้แก่ Pearl (มีโรงงานการผลิตอยู่ที่ Sitra และเจ้าของเป็นชาวบาห์เรน) Carrier และ Sharp / Toshiba นอกจากนี้ยังมี LG (นำเข้าโดย Koohiji) และ Samsung ซึ่งส่วนมากจะมีที่เก็บสินค้า (Warehouse) อยู่ที่นครดูไบ เพื่อความสะดวกในการทำ Re-export ไปยังประเทศอิรัก อิหร่าน รัสเซีย และแอฟริกา ซึ่งนครดูไบมีระบบการขนส่งสะดวกกว่าบาห์เรนทั้งทางอากาศ ทะเล และถนน และยังมีรัฐ Ras al Khaimah ที่พยายามสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าที่และมีเขตเศรษฐกิจปลอดภาษี (Free Zone) ตลอดจนการจัดการระบบสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นต้น ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมและรองรับความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มประเทศ GCC ร่วมไปถึงแอฟริกาตอนบน

มูลค่าการส่งออกรวมของสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ในครัวและบ้านเรือน แก้วและกระจก เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ผ้าผืน เคหะสิ่งทอ และของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ ในปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 180.4 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.71 ของยอดการส่งออกไทย-บาห์เรน ศักยภาพของสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนในตลาดบาห์เรนและประเทศใกล้เคียงมีมาก เนื่องจากบ้านเรือนของประชากรค่อนข้างใหญ่เพราะมีลักษณะของครอบครัวขยายคล้ายสังคมไทย พ่อ-แม่-ลูก-ปู่-ย่า-ตา-ยาย มักจะอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทุกสุดสัปดาห์จะมาพบปะสังสรรค์กัน ดังนั้นความต้องการการบริโภคอุปกรณ์เครื่องใช้และของตกแต่งบ้านจึงมีสูงมาก


ตารางแสดงสินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน ประเภทของใช้ในครัวเรือน ปี 2555-2557

สินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน : ประเภทของใช้ในครัวเรือนปี 2555-2557 (ล้านบาท)
  2555 2556 2557(Jan-Feb) สัดส่วน%
ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 154.6 151.5 22.2 2.27
เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 200.7 142.0 14.9 2.13
เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ 86.7 64.9 12.3 0.97
เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ 23.9 28.5 4.0 0.43
เตาอบไมโครเวฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้า 9.0 4.9 1.3 0.07
เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัวและบ้านเรือน 17.7 21.1 4.5 0.32
แก้วและกระจก 24.8 22.6 1.1 0.34
เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 86.4 40.5 2.5 0.61
อาหารสัตว์เลี้ยง 4.9 7.6 0.7 0.11
ปลามีชีวิตและพันธุ์ปลา 1.9 2.4 0.4 0.04
ผ้าผืน 62.9 64.2 5.8 0.96
เคหะสิ่งทอ 67.7 24.0 3.8 0.36
ของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ 7.8 8.0 2.0 0.12
ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ 2557

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและของใช้ส่วนตัว

สินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว (Personal Care and Effects) เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวขนาดเล็ก เครื่องทำผม เครื่องเป่าผม ผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้ส่วนตัว รวมถึงเครื่องประดับ นาฬิกา คาดการณ์ว่าจะโตเฉลี่ยร้อยละ 8.7 ในช่วงเวลาของปี ค.ศ. 2014-2017 ซึ่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 0.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ยต่อปี

Personal Care Spending 2012-2017
  2012 2013 2014 2015 2016 2017
Personal care and effects spending, US$bn 0.4 0.5 0.6 0.6 0.7 0.8
Personal care and effects spending, US$ % y-o-y 3.6 21.5 9.2 8.6 8.6 8.2
Personal care and effects spending, US$ per household 3,011.7 3,624.8 3,926.8 4,221.4 4,518.3 4,810.9

ที่มา: CIO Bahrain, BMI


สัดส่วนความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ส่วนตัว น่าจะมีโอกาสให้สินค้า เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิวได้เช่นกัน ยอดการส่งออกปี 2556 ประมาณ 50 ล้านบาท เป็นร้อยละ 0.74 ของยอดการส่งออกไทย-บาห์เรน

สินค้าส่งออกไทย-บาห์เรน : ประเภทผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและของใช้ส่วนตัว
  2555 2556 2557(Jan-Feb) สัดส่วน%
เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 32.9 49.7 8.4 0.74

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ 2557